คอลลาเจนบำรุงกระดูก ข้อต่อ สำหรับผู้สูงวัย แบบไหนดี

คอลลาเจนบำรุงกระดูก ข้อต่อ สำหรับผู้สูงวัย แบบไหนดี ปัจจุบันเราจะเห็นผลิตภัณฑ์คอลลาเจนหลากหลายรูปแบบมากและคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงคอลลาเจนก็จะนึกถึงเรื่องการบำรุงผิวพรรณให้ขาวใส สุขภาพดีดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าเรื่องคอลลาเจนบำรุงกระดูก ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะใช้คอลลาเจนเพื่อเป็นการบำรุงกระดูกและข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ซึ่งจริงๆ แล้วคอลลาเจนนอกจากจะช่วยบำรุงเรื่องสุขภาพผิวแล้วคลอลาเจนยังช่วยบำรุงกระดูกด้วยเช่นกัน คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโมหลากหลายชนิด สามารถพบได้ตามกระดูก กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ในร่างกายคนและในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คอลลาเจนจึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถบำรุงกระดูกได้ … คอลลาเจนบำรุงกระดูก


คอลลาเจนบำรุงกระดูกแบบไหนดี

เรามาดูกันว่าคอลลาเจนมีความจำเป็นต่อผู้สูงอายุอย่างไรบ้าง

ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือเรื่องของกระดูกและข้อต่อส่วนต่างๆ ในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพลง เช่น เกิดการเจ็บปวดตามข้อเข่า กระดูกบางส่วนมีการเปราะบางแตกหักได้ง่าย เรามีวิธีดูแลไม่ให้กระดูกเสื่อมคือการทานคลอลาเจนกระดูก ซึ่งการทานคอลลาเจนกระดูกจะช่วยดูแลกระดูกให้แข็งแรงขึ้นและยังช่วยในเรื่องต่างๆ ดังนี้

1. ช่วยให้ไม่เกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง
2. ป้องกันไม่ให้เกิดการแตกหักของกระดูก 3.ช่วยเพิ่มมวลกระดูก 4.ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมากขึ้นอีกด้วย


คอลลาเจนกระดูกยี่ห้อไหนดี

ประโยชน์ของคอลลาเจนกับวัยสูงอายุ ที่มากกว่าการบำรุงกระดูก

คอลลาเจนนอกจากจะช่วยในเรื่องของการบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและข้อต่อในผู้สูงอายุให้แข็งแรงสุขภาพดีแล้ว คอลลาเจนยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อย่างมากมายอีกด้วย มีดังนี้

1. ช่วยชะลอวัย คอลลาเจนจะช่วยให้ผิวของคุณเรียบเนียนและเต่งตึงขึ้น อีกทั้งยังทำงานควบคู่กับอิลาสตินที่จะช่วยให้ผิวเรียบตึงมีความยืดหยุ่น ไม่เกิดริ้วรอยง่ายจึงเป็นอีกสรรพคุณที่โดดเด่นของคอลลาเจนเลยก็ว่าได้
2. เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวพรรณและเส้นผม คอลลาเจนเป็นอีกส่วนประกอบที่สำคัญของเส้นผมและผิวพรรณรวมถึงเล็บด้วย หากร่างกายขาดคอลลาเจนผิวพรรณเราก็จะแห้งกร้าน เส้นผมขาดหลุดร่วงและเสียง่าย ส่วนเล็บก็จะเปราะบางไม่แข็งแรง
3. คอลลาเจนจะช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีจึงทำให้ลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจได้
4. คอลลาเจนยังเป็นส่วนประกอบหลักของกระจกตาและเลนส์ตาด้วยเช่นกัน จึงช่วยทำให้ดวงตาชุ่มชื่นไม่แห้งส่งผลให้การมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น


คอลลาเจนบำรุงกระดูก

คอลลาเจนกระดูก เราสามารถหาได้จากที่ไหนบ้าง

ต้องขอบอกเลยว่าคอลลาเจนกระดูกหารับประทานได้ง่ายมาก เพราะส่วนใหญ่มีอยู่ในอาหารที่เรารับประทานทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจไม่รู้ว่าอาหารอะไรบ้างที่ให้คอลลาเจนกับร่างกายของเรา ซึ่งเราสามารถตามหาคอลลาเจนกระดูกได้จากอาหารต่อไปนี้

• ถั่วเหลือง สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในถั่วเหลืองมีส่วนช่วยในการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับเต่งตึง
• ผักใบเขียว เช่นคะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี ผักสีเขียวเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าลูตินอีกด้วย
• ถั่ว การทานถั่วทุกวัน วันละ 2 ช้อนโต๊ะ ร่างกายจะได้รับกรดไฮยารูโลนิก เรียกว่าเป็นกรดชั้นดีของการชะลอริ้วรอยที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาบำรุงร่างกายให้มากขึ้นอีกด้วย
• วิตามินซี ที่ได้จากส้ม มะนาว ฝรั่ง มีคุณประโยชน์ดีดีที่ช่วยการกระตุ้นผลิตคอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวอีกด้วย
• ลูกพรุน ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากกินทุกวัน3-5ผล รับรองสุขภาพดีทุกวันแน่นอน


คอลลาเจนผู้สูงอายุกินยี่ห้อไหนดี

วัยสูงอายุ เหมาะกับการทานคอลลาเจนกระดูกเสริมแบบไหนดี

นอกจากเราจะพบคอลลาเจนบำรุงกระดูกได้จากอาหารดังกล่าวข้างต้นแล้วเรายังสามารถหาทานคอลลาเจนได้ในรูปแบบคอลลาเจนเสริมได้อีกด้วย โดยมีวิธีเลือกทานคอลลาเจนเสริมให้เหมาะสมกับวัยสูงอายุได้ดังต่อไปนี้

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และพบได้มากในผิวหนังที่สำคัญคอลลาเจนยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระดูกข้อต่ออีกด้วย คอลลาเจนมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากแต่ควรมีวิธีรับประทานที่ถูกต้อง คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความอ่อนเยาว์ พบมากที่บริเวณผิวหนัง

หากร่างกายมีคอลลาเจนมากหรือมีอย่างเพียงพอผิวหนังของเราก็จะชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน ตรึงกระชับอยู่ตลอดเวลา แต่คอลลาเจนที่พบตามกระดูกและข้อต่อเมื่อเกิดการสูญเสียคอลลาเจนตามอายุอาจจะส่งผลเสียทำให้กระดูกเกิดการสูญเสียแคลเซียม

และหากร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมเสริมมาทดแทนอย่างเพียงพอ อาจเกิดภาวะเสี่ยงกระดูกพรุน หรือกระดูกบางได้ และในผู้ที่มีการใช้งานข้อต่อมากๆ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้สูงอายุ ก็มีโอกาสเสี่ยงข้อเสื่อมเสียหายจนเกิดอาการปวดข้อเข่าได้

ซึ่งจากการวิจัยจะทำให้เห็นว่า คอลลาเจนเปปไทด์ ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์สร้างกระดูก และเมื่อทานทุกวัน วันละ 10 กรัมหรือ 2-3 ช้อน ในเวลา 2 เดือน ทำให้อาการเจ็บปวดข้อเข่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นหากคิดที่จะหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทคอลลาเจนมารับประทานแล้วละก็ควรคำนึงประโยชน์และความปลอดภัยจากสูตรให้มากที่สุด เช่น

1. เลือกผู้ผลิตที่มีความเชื่อถือได้
2. เลือกสูตรที่มีคอลลาเจนเปปไทด์ที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก
3. เลือกผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ไม่เจือสารสังเคราะห์ ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใส่สี น้ำตาลหรือครีมเทียมที่มีไขมัน
4. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุอย่างชัดเจนสำหรับผู้สูงวัย
5. มีอย.และได้รับว่าปลอดภัยจากองกรค์กรรมการอาหารและยา

เพราะหากคอลลาเจนมีสารสังเคราะห์ดังกล่าวหากเราทานทุกวันร่างกายจะได้รับแต่สารที่ไม่จำเป็นเข้าไปในร่างกายด้วย และที่สำคัญควรทานอาหารที่มีโปรตีน แคลเซียม เป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการดูแลควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากจนอ้วน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากระดูกบาง กระดูกพรุน และข้อเสื่อม แต่หากมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจนการทานคอลลาเจนดูแลไม่ได้การควรพบแพทย์ทันที

นอกจากเราจะทานคอลลาเจนเพื่อบำรุงกระดูกและข้อต่อแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือการป้องกันไม่ให้เกิดข้อเข่าเสื่อม เมื่อายุมากขึ้นการเกิดโรคก็มากขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคที่เกี่ยวกับกระดูก ถือเป็นโรคร้ายที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

อาการข้อเข่าเสื่อมก็เช่นกันเมื่อเป็นแล้วมักมีอาการเจ็บปวดและทรมาน อาการข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่จะพบมากในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป อาการข้อเข่าเสื่อมหลายคนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บข้อ ปวดกระดูก ก่อนวัยอันควรได้ด้วยการกินสมุนไพร

การทานอาหารเสริม และการเลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูก สิ่งเหล่านี้จะช่วยบรรเทา รักษาอาการปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อมได้

กรมการแพทย์เผยโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถพบได้ร้อยละ 10 ของผู้สูงอายุ 55 ปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมาจาก อายุที่เพิ่มมากขึ้น น้ำหนักตัว โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ การได้รับบาดเจ็บของข้อต่อ การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกซ้ำๆ

เพราะฉะนั้นเราจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ด้วยการไม่นั่งขัดสมาธิ ไม่นั่งพับเพียบ และไม่นั่งยองๆ แต่ควรบริหารข้อเข่าด้วยการปั่นจักรยาน หรืออกกำลังกายในน้ำ


คอลลาเจนข้อเข่าเสื่อม

การเลือกกินคอลลาเจนสำหรับหัวเข่า

โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระดูกที่เสื่อมสภาพลงจนไม่สามารถกลับมามีสภาพเดิมได้ ส่วนใหญ่พบในผู้หญิงที่มีอายุ 55 ขึ้นไป และยิ่งพบมากในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
การทานคอลลาเจนเพื่อบำรุงกระดูกและข้อเข่าให้ได้ผลลัพธ์และเกิดประโยชน์มากที่สุดมีวิธีการทานดังนี้

1. ดื่มน้ำให้มากๆ เพราะคอลลาเจนเป็นสารสกัดที่ต้องละลายน้ำเพื่อร่างกายจะได้ดูดซึมได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้นหากเราดื่มน้ำมากอยู่แล้วร่างกายก็จะได้รับปริมาณน้ำที่เพียงพออยู่แล้ว เมื่อทานคอลลาเจนร่างกายก็จะดูดซึมได้ดี ทำให้คอลลาเจนเข้าไปทำงานในร่างกายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. การรับประทานวิตามินซี ควบคู่ไปกับการทานคอลลาเจน ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้คอลลาเจนที่เราทานเข้าไปสามารถไปทำงานได้ดีและมีประสิทธิยิ่งขึ้น นั่นก็เพราะว่าวิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย

3. รับประทานคอลลาเจนขณะท้องว่าง มีผลวิจัยยืนยันว่าหาเราทานคอลลาเจนในขณะที่ท้องกำลังว่างจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรรับประทานคอลลาเจนคือช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน และช่วงก่อนเข้านอนตอนกลางคืน

ยังมีผลวิจัยจากประเทศเยอรมัน ให้คนจำนวน 2000 คน ที่มีโดยมีภาวะข้อเสื่อม รับประทานคอลลาเจน 5 กรัม ต่อวัน ต่อเนื่อง 3 เดือน พบว่าผู้มีภาวะข้อเสื่อมที่รับประทานคอลลาเจน มีอาการดีขึ้น ลดการอักเสบและยังช่วยให้การเคลื่อนไหวของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยไม่มีอาการเจ็บปวดที่บริเวณเซลล์กระดูกอ่อนจากการเคลื่อนไหว

โดยจากการวิจัยยังพบว่าหากเป็นคอลลาเจนที่บริสุทธิ์ 100% ไม่มีสารสังเคาระห์แต่งกลิ่น สารกันบูด และปราศจากไขมันคนท้องก็สามารถรับประทานได้ โดยเฉพาะคอลลาเจนที่เป็นเกล็ดผงเล็กๆจะมีโมเลกุลขนาดเล็กมากจึงทำให้สามารถย่อยได้ง่ายและร่างกายสามารถดูดซึมได้ขึ้นด้วย

เราสามารถนำคอลลาเจนชนิดนี้มาละลายน้ำดื่มได้ทันที หรือหากไม่ชอบก็อาจจะนำมาละลายกับเครื่องดื่มบางชนิดก็ได้เพื่อให้ดื่มง่ายและได้รสชาดยิ่งขึ้น


คอลลาเจนหัวเข่า

การกินคอลลาเจนให้เหมาะสม

ดังนั้นการเลือกรับประทานคอลลาเจนควรเลือกรับประทานให้เหมาะกับวัยและสุขภาพ เพื่อการเกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายนั่นเอง ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนกระดูก ก็เช่นกันควรเลือกแบรนด์ที่ได้มาตรฐานการผลิตและมีคุณภาพมากที่สุด ที่สำคัญจะต้องดูขนาดโมเลกุลประกอบด้วยหากคอลลาเจนมีขนาดโมเลกุลเล็กยิ่งดี

เพราะร่างกายจะได้ดูดซึมได้ง่ายและเราก็จะได้มั่นใจด้วยว่าร่างกายเราได้รับคอลลาเจนแล้วจริงๆ ผู้สูงวัยนอกจากจะบำรุงกระดูกด้วยผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนแล้ว สิ่งที่ไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาดคือ การรับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนที่ได้รับจากธรรมชาติดังที่กล่าวมาในข้างต้น เพื่อสุขภาพของร่างกายและกระดูกที่แข็งแรง

และหากผู้สูงวัยมีอาการเกี่ยวกับกระดูก ข้อเข่าเรื้อรังควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะหากปล่อยไว้นานก็จะเป็นอันตรายได้นั่นเอง