รอยสิวที่หน้า จำกัดได้ ด้วย 10 วิธีแก้รอยสิวดังต่อไปนี้

รอยสิวที่หน้า จำกัดได้ ด้วย 10 วิธีแก้รอยสิวดังต่อไปนี้ ปัญหาสิว เป็นปัญหาที่หลายคนแก้ไม่ตก เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร สิวก็ยังโผล่มาที่ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะมีอายุที่เพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม แต่ที่น่ากังวลมากกว่านั้น ก็คือ รอยสิวที่หน้า มักจะเป็นสิ่งที่ตามมาเสมอ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ตั้งใจให้เกิดก็ตาม

แย่ไปกว่านั้น เจ้ารอยที่ว่านี้ มักจะต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะรักษาหาย ซึ่งทำเอาหลายคนไม่กล้าที่จะเปลือยหน้าสด ออกจากบ้านกันนานนับเดือนกันเลยทีเดียว แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุของรอยดำจากสิวได้บ้าง เรามาดูกันดีกว่า … รอยสิวที่หน้า


” สาเหตุของการเกิดรอยดำจากสิวบนผิวหน้า มีหลายสาเหตุ ดังนี้ “


ลดรอยสิว จุดด่างดำ

การบีบสิว

สำหรับหลายคนที่เมื่อเป็นสิว แล้วมักจะเกิดความรู้สึกว่ามันน่าบีบ จนอดใจไม่ไหว นั่นแหละ เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดรอยดำบนผิวหน้า เพราะการบีบสิว นอกจากจะไม่ได้ทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวบนหน้าหายไปแล้ว ยังเป็นการทำให้แบคทีเรียนั้น กระจายบนผิวแบบไม่รู้ตัวด้วย ทีนี้ จากที่จะเป็นสิวแค่จุดเดียวก็กลายเป็นกระจายไปทั่วผิวหน้า ในบริเวณใกล้เคียง

ยิ่งไปกว่านั้น การบีบ หรือกดสิวอย่างผิดวิธี ยังเป็นการทำให้ผิวหน้าบริเวณที่เกิดสิว เกิดการอักเสบ จนก่อให้เกิดเป็นรอยแดงๆ ดำๆ ไม่หายสักทีนั่นแหละ


วิธีแก้รอยสิวที่หน้า

การขัด หรือลอกหน้าระหว่างที่เป็นสิว

กล้ามเนื้อ และเซลล์ผิวหนังบนใบหน้านั้น มีความเกี่ยวเนื่องกัน หลายคนอาจจะมองว่า การขัดหน้า เป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หน้าสว่างใส แต่นั่น คุณควรที่จะทำหลังจากที่รักษาสิวหายแล้ว เพื่อกำจัดรอยสิว ไม่ใช่มาทำตอนที่ยังมีสิวอีกเสบอยู่ เพราะว่าการขัดผิว หรือลอกผิว ในช่วงที่ผิวกำลังอ่อนแอ

นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ผิวหน้าของคุณเต่งตึง กระจ่างใสอย่างที่คิดแล้ว ยังเป็นการทำลายเซลล์ผิว และน้ำหล่อเลี้ยงผิวโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการขัดผิวเกินกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้งด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการรบกวนผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ และเกิดรอยต่างๆ ได้


สิวอักเสบเรื้อรัง

การที่ปล่อยให้เป็นสิวอักเสบเรื้อรัง

จากข้อแรกหลายคนอาจจะคิดว่า แค่ไม่บีบสิว ก็จะไม่มีรอยสิวที่หน้า แต่ความจริงคือ คุณไม่ควรที่จะปล่อยให้ผิวหน้ามีสิวอยู่นานนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสิวอักเสบทั้งหลาย ที่ควรรีบหายา หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันทีที่เกิดขึ้น เนื่องจากการเกิดสิวอักเสบบ่อยๆ ต่อให้ไม่มีการบีบ ก็มักจะทิ้งรอยเอาไว้ให้เราช้ำใจอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น หากเป็นสิว ควรรักษาตั้งแต่แรก ไม่ควรปล่อยให้สิวอักเสบเกิดขึ้นบนหน้าของคุณเด็ดขาด


สิวที่หน้าทำไงดี

การใช้ยารักษาสิวบางตัว

ส่วนใหญ่แล้ว ครีมแต้มสิว หรือยารักษาสิว มักจะมีส่วนประกอบของกรดวิตามินเอ เพื่อช่วยเร่งในการผลัดเซลล์ผิว และช่วยให้สิวแห้งยุบแบบทันใจ ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรดกับส่วนที่บอบบางอย่างผิวหน้า หากไม่ทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อย่างการไม่ทาทิ้งไว้เกินเวลาที่กำหนด หรือการไม่ทาครีมกันแดด ก่อนออกจากบ้าน สิ่งเหล่านี้มักจะทำให้ผิวหน้าของคุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยดำ ทั้งรอยจากสิว และรอยจากการทำลายของแสงแดด
อายุที่มากขึ้น

เมื่อมีอายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิว ก็จะน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาผิวได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีสิวในช่วงอายุมากกว่า 25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ความยืดหยุ่นของผิวน้อยลง โอกาสที่จะมีการทิ้งรอยสิว รอยดำ รอยแดงต่างๆ เอาไว้บนผิวหน้าก็จะมีมากกว่า และมีระยะเวลาสำหรับการที่รอยเหล่านั้นจะหายไปได้ช้ากว่าผิวของเด็กวัยรุ่นด้วย

เมื่อทราบที่มาของปัญหารอยสิวที่หน้าแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกกังวลกับรอยเหล่านี้ แต่บอกได้เลยว่า ถึงแม้ว่าจะมีรอยสิว มากแค่ไหน แต่หากคุณดูแลผิวหน้าของคุณได้ถูกวิธี และใช้เทคนิคการแก้ปัญหาที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ รับรองได้เลยว่า การจะกลับมามีหน้าใส ไร้รอยนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก และสำหรับวิธีการกำจัดรอยสิว บนผิวหน้าที่เราจะแนะนำนั้น มี 10 วิธียอดฮิต ดังนี้


เลเซอร์รอยสิวที่หน้า

1.ใช้เลเซอร์รักษารอยดำ

ถ้าคุณมีเงินมากพอ และมีเวลาน้อยมากสำหรับการรอให้รอยดำของสิวที่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า นั้นหายไปเอง การทำเลเซอร์ ดูเหมือนว่าจะเป็นทางออกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทำเลเซอร์แล้วรอยสิวที่หน้าจะหายไปใน 3-7 วัน เพราะการที่จะรักษารอยเหล่านั้นให้หายแบบสนิท ต้องใช้ความสม่ำเสมอ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน


ทำ IPL ลดสิว

2.ทำ IPL

คล้ายๆกับการทำเลเซอร์ เพื่อรักษารอยต่างๆ บนผิวหน้า แต่ การทำ IPL จะมีความอ่อนโยนกว่า ซึ่งหลักการของการทำ IPL ก็คือ การยิงลำแสงคลื่นสั้น ลงบนผิว เพื่อกระตุ้นให้ผิวของเราทำการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และสร้างคอลลาเจนขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยการทำ IPL สำหรับคนที่มีรอยสิว หรือจุดด่างดำนั้น จะต้องทำเป็นประจำอย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง 3-4 ครั้ง จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนบนใบหน้า


รักษารอยสิวที่หน้า

3.ใช้หอมแดง หรือกระเทียม

วิธีนี้ หากใครที่ไม่ชอบกลิ่นของน้ำมันจากหอม และกระเทียม เราแนะนำว่าให้ข้ามไปก่อนเลยก็ได้ เพราะเทคนิคของวิธีนี้นั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่นำเอาหอม หรือกระเทียมปอกเปลือก มาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำน้ำจากหอมแดง ที่ได้มาทาลงบนผิวหน้าทิ้งไว้ไม่เกิน 20 นาที หรืออาจจะเร็วกว่านั้น สำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย

จากนั้นให้ล้างหน้าให้สะอาด หรือหากคุณไม่ถนัดที่จะคั้นน้ำ ก็อาจจะนำเอาหัวหอมแดงมาหั่นเป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาทาที่จุดที่มีรอยดำจากสิวก็ได้เช่นเดียวกัน ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองได้เลยว่า รอยสิวที่หน้าหายไปอย่างแน่นอน


รอยสิวที่หน้า ใช้อะไรดี

4.ว่านหางจระเข้กำจัดทุกรอยแผลเป็น

ถ้าคุณเป็นสายสมุนไพร แต่ก็ยังต้องการความอ่อนโยนจากผิวหน้า วุ้นจากว่านหางจระเข้นั้น เหมาะกับผิวหน้าของคุณอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีความอ่อนโยน และสามารถลดรอยแผลเป็นรอยดำต่างๆ ได้อย่างเห็นผลแล้ว หากนำมาทาที่ผิวหน้า หรือผิวกายเป็นประจำ ยังจะช่วยให้ผิวมีความเต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ จากวิตามินอีที่อยู่ภายในวุ้นว่านหางจระเข้อีกด้วย


ลดสิวเร่งด่วน

5.ใช้ครีมลดรอยสิวที่มีสารประกอบในกลุ่มของเรตินอยด์

สารประกอบในกลุ่มของเรตินอยด์ หรือกรดวิตามินเอ นั้น จะเข้าไปช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และกระตุ้นให้ผิวของคุณสร้างเซลล์ผิวใหม่ ในเวลาไม่นานนัก และแน่นอนว่า มันใช้ได้ผลดีทีเดียว สำหรับกรณีรอยจุดด่างดำ ที่เกิดจากการอักเสบของสิวบนใบหน้าคุณ แต่อย่างไรก็ตาม หากจะเลือกใช้ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

เพราะครีมแต่ละตัวมีความเข้มข้นที่แตกต่างกัน หากใช้ครีมที่มีความเข้มข้นมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหน้าของคุณได้


ครีมลบรอยสิวบนใบหน้า

6.ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนประกอบของวิตามินอี และไวท์เทนนิ่ง

อาจจะเห็นผลที่ช้ากว่า การใช้ครีมบำรุงผิว หรือวิธีการลดรอยสิวที่หน้าแบบอื่นๆ แต่หากทาครีมเหล่านี้เป็นประจำ นอกจากจะช่วยให้รอยอารยะธรรมจากสิวหายไปแล้ว คุณยังจะได้ผิวหน้าที่กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติกลับมาอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลา และความสม่ำเสมอ ในการทาครีมเป็นประจำก็ตาม


รักษารอยสิว

7.พอกหน้าด้วยมะละกอสุก

เน้นว่าต้องเป็นมะละกอสุกเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่ามะละกอดิบจะมีส่วนประกอบของสารปาเปนเหมือนกัน แต่อันตรายกว่ามาก เนื่องจากยางของมะละกอดิบนั้น มีฤทธิ์ในการกัดกร่อนผิวที่มากจนเกินที่ผิวหน้าของเราจะรับได้ ในส่วนของการใช้มะละกอสุกนั้น ก็ไม่ยากอย่างที่คิด

เพียงแค่นำเอามะละกอสุกมาบดให้ละเอียด แล้วนำมาพอกที่ผิวหน้าประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น นอกจากจะได้ผลในเรื่องของการช่วยลดจุดดำจากสิวแล้ว ยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น จากวิตามินซี และอี ในมะละกอสุกด้วย


รักษารอยสิวแบบธรรมชาติ

8.ขัด และพอกหน้าด้วยมันฝรั่งดิบ

สูตรนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ผิวบอบบาง เนื่องจากมันฝรั่งมีความเป็นกรดในตัวค่อนข้างสูง แต่ใช้ได้ผลดีทีเดียว สำหรับคนที่มีปัญหารอยสิวที่หน้า และต้องการหายอย่างเร่งด่วน เพียงแค่นำเอามันฝรั่งมาล้างให้สะอาด แล้วฝานเป็นแว่นๆ นำมาถูให้ทั่วบริเวณที่มีรอยดำ แล้วพอกเอาไว้ 15 นาที นอกจากจะช่วยจัดการกับรอยสิวได้อยู่หมัดแล้ว ยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเห็นได้ขัด หรือหากต้องการขัดรักแร้ ก็ใช้สูตรเดียวกันนี้ ได้เช่นเดียวกัน


วิตามินรักษารอยสิว

9. การลอกผิวด้วยกรดผลไม้

วิธีการนี้ คุณไม่ควรเสี่ยงทำเอง เพราะอาจจะส่งผลที่ไม่ดีนักกับผิวหน้า หากต้องการที่จะให้รอยสิวหายไปจากผิวหน้าในระยะเวลาสั้นๆ การหาแพทย์ผิวหนัง หรือคลินิกผิวหนัง เพื่อปรึกษาเรื่องการใช้กรดผลไม้ หรือ AHA ในการลอกผิว ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะว่ากรดผลไม้

นอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าให้กระจ่างใสแล้ว ยังสามารถกระตุ้นให้ผิวลดการสร้างเม็ดสีคล้ำ และสร้างคอลลาเจนให้ชั้นผิวได้ในระยะเวลาที่สั้น แต่อย่างไรก็ตาม หลังการลอกผิวด้วยกรดผลไม้ ควรหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ ไม่ว่าจะออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม และควรงดการตากแดดเป็นเวลานานๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดฝ้า หรือหน้าดำถาวร จากการที่ผิวไหม้แดดได้


รักษารอยสิวบนใบหน้า

10.พอกหน้าด้วยมะขามเปียก ผสมน้ำผึ้ง และนมสด

จริงๆ หากคุณเป็นคนที่ไม่มีปัญหาผิวแห้ง หรือแพ้ง่ายก็อาจจะใช้มะขามเปียกเพียวๆ เลยก็ได้ เพราะมะขามเปียกนั้น ขึ้นชื่อเรื่องของการให้กรดผลไม้ในธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากรู้สึกว่าเสี่ยงเกินไป แนะนำว่าให้ลองผสมกับน้ำผึ้ง และนมสดก่อนที่จะนำมาพอกหน้าจะดีกว่า

เพราะนอกจากจะได้วิตามินซี และกรดผลไม้ในปริมาณที่สูงแล้ว เรายังจะได้ ความชุ่มชื่น และการบำรุงผิว จากกรดแลกติคในนมสด และความสามารถในการช่วยสมานผิวของน้ำผึ้งมาช่วยให้ผิวยังคงรักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ได้

ทั้ง 10 วิธีที่แนะนำมานั้น นอกจากจะช่วยกำจัดรอยสิวที่หน้าได้อย่างเห็นผลชัดเจนแล้ว ยังช่วยให้ผิวของเรากลับมาเรียบเนียน และกระจ่างใส มากกว่าตอนที่เป็นสิวด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม การใช้เพียงแค่ 1 วิธีในการรักษารอยสิวอาจจะให้ผลที่ช้า

ดังนั้น หากจำเป็นเร่งด่วน การใช้มากกว่า 2 วิธีควบคู่กันไป จะเห็นผลที่ทันใจมากกว่า ที่สำคัญ คือ เมื่อรักษารอยสิวหายแล้ว ควรป้องกันการเกิดสิวไม่ให้เกิดซ้ำอีก เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะต้องมาเสียเวลากับการแก้ปัญหาผิวไม่รู้จบ