10 วิธีแก้ หน้าเหี่ยว ที่คุณต้องอ่าน ถ้าไม่อยากมีหน้าเหี่ยว!

10 วิธีแก้ หน้าเหี่ยว ที่คุณต้องอ่าน ถ้าไม่อยากมีหน้าเหี่ยว! หน้าเหี่ยว หรือการมีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เป็นปัญหาที่หลายคนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมาตลอด แต่บางครั้งก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ด้วยปัจจัยของอายุที่มีมากขึ้น และสิ่งแวดล้อมของเมืองไทย ที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับผิวนัก รวมไปถึงความเครียดจากการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ สามารถเป็นสาเหตุ ของการหน้าแก่ก่อนวัยได้ทั้งนั้น

ดังนั้นหากจะแก้อาการผิวแก่ หรือเหี่ยวย่นก่อนวัย จะต้องแก้ทั้งภายใน และภายนอกไปพร้อมๆ กัน ดังนี้ … หน้าเหี่ยว


โบท็อกซ์แก้หน้าเหี่ยว

1. ฉีดโบท็อกซ์ แก้ หน้าเหี่ยว เร่งด่วน

การฉีดโบท็อกซ์ หรือชื่อเต็มๆ เรียกว่า Botulinum toxin-A เป็นสารประกอบประเภทโปรตีนแบบหนึ่ง ซึ่งตามหลักการแล้ว การฉีดสารนี้เข้าไปก็เพื่อที่จะหวังผลว่า โบท๊อกซ์ ที่ได้ทำการฉีดเข้าไปบนกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของใบหน้านั้น จะไปช่วยยับยั้งการทำงานของเส้นประสาท และทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้น ทำงานหนักน้อยลง เหมาะสำหรับการนำมาฉีดบริเวณที่เป็นกล้ามเนื้อที่เหี่ยวย่น

เพราะการแสดงอารมณ์ของเรา เช่น บริเวณรอยย่นที่หน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รวมไปถึง รอยน้ำหมาก หรือรอยบริเวณรอบริมฝีปาก

ซึ่งถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว สาเหตุที่โบท๊อกซ์ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ก็น่าจะเป็นเพราะว่า สามารถแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวได้แทบจะในทันทีที่ฉีดเสร็จ แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะมีอาการตึงๆ บริเวณที่ฉีดอยู่ระยะหนึ่ง แล้วหลังจากนั้น จะสามารถพูด หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดสารโบท๊อกซ์ เข้าสู่ผิว ควรเป็นการกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในสถานที่ ที่มีมาตรฐานเท่านั้น

เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะก่อความเสียหายให้กับเส้นประสาทบนใบหน้า และอาจจะทำให้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าผิดปกติอย่างถาวรได้


ฉีดหน้าเหี่ยวด้วยฟิลเลอร์

2. การฉีดฟิลเลอร์

เป็นอีกหนึ่งเทคนิค ในการลดอายุ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยการฉีดสารเติมเต็ม ให้กับบริเวณที่มีริ้วรอยลึก เหมือนเป็นการเติมคอลลาเจนให้กับบริเวณดังกล่าว ช่วยให้ริ้วรอยเหล่านั้น ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และที่น่าสนใจ ก็คือ เมื่อเทียบกับโบท๊อกซ์แล้ว ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ทำความเสียหายกับผิว และกล้ามเนื้อได้ค่อนข้างน้อยกว่า เพียงแต่จะต้องเลือกสารเติมเต็มที่มาจากธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อที่เมื่อถึงเวลา สารเหล่านั้น จะได้ย่อยสลาย และเสื่อมไปตามอายุของมัน

ที่สำคัญ คือ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง หากต้องการที่จะฉีดฟิลเลอร์ให้กับผิวหน้า ของตัวเอง


ร้อยไหมรักษาหน้าเหี่ยว

3. การร้อยไหม

สำหรับหลายคนอาจจะมองว่า การร้อยไหม มีไว้เพื่อใช้ในการทำให้หน้าเรียวเท่านั้น แต่ความจริงคือ จุดประสงค์ของการร้อยไหม ก็เพื่อต้องการกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาโดยการทำให้ผิวเกิดอาการบาดเจ็บโดยกรรมวิธีทางการแพทย์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ หากคุณเป็นคนที่มีอาการผิวเหี่ยว หย่อนคล้อย จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1-2 เดือน

หลังจากทำการร้อยไหม และผลลัพธ์นั้นจะอยู่กับคุณไปได้นานถึง 2 ปี ต่อการร้อยไหม 1 ครั้ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาผิวหน้า เหี่ยวย่น หย่อนคล้อยจากอายุได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งวิธี แต่ก็เป็นวิธีการในการชะลอความแก่ให้ผิวที่เห็นผลดี ในระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน โดยหากต้องการยกกระชับ อย่างรวดเร็ว อาจจะเลือกใช้ไหมแบบที่เป็นก้างปลาเล็กๆ อยู่ภายใน ที่จะช่วยให้สามารถดึงหน้าให้เต่งตึงได้ทันที


ผ้าตัดหน้าเหี่ยว

4. การผ่าตัดดึงหน้า

ถ้าคุณมีปัญหาหน้าเหี่ยวจนเกินเยียวยา และมีอายุที่ค่อนข้างมากแล้ว การผ่าตัดเพื่อยกระชับผิวหน้า หรือที่มักจะเรียกว่าการดึงหน้า เป็นทางออกสุดท้ายของคุณแล้วล่ะ เพราะด้วยลักษณะของผิวที่มีความเหี่ยวย่น และหย่อนคล้อย อย่างเห็นได้ชัด

การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ นอกจากจะเห็นผลเร็วแล้ว ยังช่วยลดอายุของคุณให้น้อยลงได้ในเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด ก็ต้องทำการปรึกษา และพูดคุยกับแพทย์ก่อนว่า จะผ่าตัดยกกระชับแค่บางส่วนของผิวหน้า หรือยกกระชับทั้งหมด ซึ่งแพทย์ จะให้ข้อมูล และช่วยตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว

โดยกระบวนการในการผ่าตัดดึงหน้านั้น จะทำโดยการ ผ่าตัดเปิดผิวแล้ว ตัดเอากล้ามเนื้อส่วนที่หย่อนคล้อยออก ก่อนที่จะเย็บผิวหนังซ่อนไว้ที่บริเวณไรผม ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึง และยกกระชับอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป แต่ก็ใช่ว่าหลังจากที่ดึงหน้าไปแล้ว จะหน้าเต่งตึงแบบถาวร เพราะการหย่อนคล้อยอาจจะกลับมาได้เสมอ หากไม่ได้รับการดูแลให้ดี แต่อาจจะดูเหมือนหย่อนคล้อยน้อยลง ก็เท่านั้นเอง


หน้าเหี่ยวก่อนวัย

5. ทำเลเซอร์ เพื่อยกกระชับผิว

เลเซอร์ไม่ได้แค่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสเท่านั้น เพราะเมื่อผิวได้รับการกระตุ้นให้สร้างเซลล์ผิวใหม่ นอกจากคุณจะได้ผิวที่เปล่งปลั่งสดใสกลับมาอีกครั้งแล้ว ยังจะได้ความเต่งตึง และผิวหน้าที่กระชับกลับคืนมาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในกระบวนการของเลเซอร์ หรือทรีทเม้นท์ เพื่อการยกกระชับผิวนั้น นอกจากจะมีราคาที่ถูกกว่า หลายๆ

วิธีที่กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ยังถือว่าเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่กล้าเข้ารับการผ่าตัด หรือการฉีดสารต่างๆ เข้าสู่ผิว ที่สำคัญ คือ การทำเลเซอร์ เมื่อคุณทำแล้ว สามารถที่จะไปทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ต่อได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา และอยากจะแก้ปัญหาหน้าเหี่ยวอย่างได้ผล


หน้าย่นก่อนวัย

6. อย่าขัดหน้าบ่อยเกินไป

หลายคนคิดกว่า การขัดหน้าเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวหน้าดูสดใสตลอดเวลา แต่ความจริงคือ คุณกำลังทำให้ผิวถูกรบกวน และเกิดการอักเสบจากภายในซ้ำๆ ในทุกวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผิวหน้าเลย เพราะที่จริงแล้ว ผิวของเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวทุก 1-2 สัปดาห์อยู่แล้ว หากอยากจะเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ คุณอาจจะทำได้โดยการขัดหน้า แต่ไม่เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ที่สำคัญ คือ ควรเลือกสครับ ที่มีลักษณะเป็นเม็ดกลม เพราะมีความอ่อนโยนกับผิวหน้ามากกว่า และควรเลือกสครับที่มาจากธรรมชาติจะดีกว่า เพราะจะทำให้ผิวได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า และมีผลดีกับผิวมากกว่า


หน้าเหี่ยวทำยังไงดี

7. ดื่มน้ำให้มากพอ

การดื่มน้ำบ่อยๆ นอกจากจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นมาแล้ว ยังช่วยในการกระตุ้นการขับของเสียออกทางปัสสาวะ และเหงื่อของเราอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำ อย่างน้อยๆ ก็ควรจะดื่มให้ได้วันละ 6-8 แก้ว และควรจะเป็นน้ำเปล่าเท่านั้น เพราะหากยิ่งดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณที่ค่อนข้างสูง น้ำตาลเหล่านั้น

นอกจากจะทำให้น้ำหนักของคุณขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักของริ้วรอย และความเหี่ยวย่น ที่มาก่อนวัยอันควรอีกด้วย


สูตรรักษาหน้าเหี่ยวย่น

8. ออกกำลังผิวหน้าเป็นประจำ

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่า เราสามารถออกกำลังผิวได้ได้ด้วยหรือ ความจริงคือได้ และวิธีการออกกำลังให้กล้ามเนื้อใบหน้านั้น ก็สามารถทำได้โดยการขยับปากเท่านั้น โดยการพยายามที่จะออกเสียง หรือทำปาก โดยการท่องคำว่า อะ อิ อุ เอะ โอะ โดยพยายามให้รูปปาก และกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ของใบหน้าได้ทำงานมากที่สุด

สำหรับบางคนอาจจะทำปากเป็นรูปดังกล่าว ค้างเอาไว้ ท่าละ 10 วินาที ก่อนนอน อย่างน้อย 1-2 เซต ซึ่งนอกจากจะช่วยไม่ให้หน้าเหี่ยวแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าของคุณดูเรียวเล็ก เหมือนสาวเกาหลีได้อย่างรวดเร็วอีกหนึ่งวิธี เรียกได้ว่า แค่ขยับปาก ก็ช่วยให้หน้าเด็กได้ในเวลาไม่นาน


แก้หน้าย่นด้วยธรรมชาติ

9. มองหาวิตามินเสริมบำรุงผิว ด้วยวิธีธรรมชาติ

เมื่ออายุมากขึ้น การได้รับสารอาหารจากธรรมชาติ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับผิวของคุณอีกต่อไป การมองหาอาหารเสริม สำหรับบำรุง และช่วยฟื้นฟูผิวเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมาตึงกระชับ และสดใส เปล่งปลั่งได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กลับมาเป็นผิวอายุ 18 อีกครั้ง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย และสารอาหารที่เราอยากจะแนะนำให้คุณหามารับประทานเป็นประจำ เพื่อช่วยบำรุงผิว มีดังนี้

วิตามินซี ข้อดีของวิตามินซี นอกจากจะช่วยป้องกันหวัดแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวจากภายใน ให้ผิวพรรณของเรามีความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญ คือ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงมากขึ้นอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ
วิตามินอี เป็นสารประกอบที่ช่วยให้ผิวของเรามีความชุ่มชื่นมากขึ้น และสามารถเก็บรักษาความชุ่มชื่นในผิวเอาไว้ได้นานมากขึ้น หรือที่มักจะเรียกกันว่า เป็นการช่วยเติมน้ำให้กับผิวนั่นแหละ ซึ่งเมื่อเราได้รับวิตามินอีในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โอกาสที่จะหน้าเหี่ยวก็จะน้อยลงไป

คอลลาเจน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง และอาจจะน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามตัวเลขของอายุที่มากขึ้น เมื่อร่างกายของเราสูญเสียคอลลาเจนโดยธรรมชาติไปในเวลาที่รวดเร็ว ความเสียหายต่างๆ และความเหี่ยวย่นก็จะเกิดกับผิวหน้าของเราได้รวดเร็ว และสร้างความเสียหายให้กับผิวได้ การกินคอลลาเจนเสริมจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่จะช่วยป้องกัน และปกป้องผิวหน้าของคุณจากความเหี่ยวย่น


วิธีแก้หน้าเหี่ยว

10. ทาครีมกันแดดทุกครั้ง ในตอนเช้า และระหว่างวัน

ลบความเชื่อที่ว่าครีมกันแดด ต้องทางเฉพาะเวลาออกกลางแจ้งออกไปจากสมองของคุณได้เลย เพราะว่า โลกของเราไม่ได้เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าอย่างในอดีต ที่จะปกป้องผิวของคุณให้พ้นจากแดดได้ แม้อยู่ในบ้าน และนอกจากนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟจากหลอดไฟ หรือแสงจากคอมพิวเตอร์ ก็มีรังสียูวีทั้งนั้น หากไม่อยากให้หน้าเหี่ยวเร็ว ควรหมั่นทาครีมกันแดดที่ผิวหน้า เป็นประจำ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยแล้ว ยังช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ทั้ง 10 วิธีที่เราเลือกมานั้น หากคุณเลือกให้เหมาะสมกับสภาวะของตัวเอง และดูแลผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ต่อให้เลขอายุของคุณจะไปไกลแค่ไหน แต่ผิวหน้าของคุณก็จะยังคงหยุด หรือไปช้ากว่าอายุมาก จนอาจจะทำให้หลายคนเรียกคุณว่า หนุ่มสาว 2000 ปีได้อย่างไม่ยากนัก และนอกจากการดูแลสุขภาพผิวแล้ว ควรดูแลสุขภาพของร่างกายโดยรวมด้วย

เพราะเมื่อเกิดการเจ็บป่วย ไม่ว่าผิวหน้า หรือผิวกายก็จะดูทรุดโทรมได้มากกว่าปกติเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากไม่อยากหน้าเหี่ยว ควรดูแลร่างกาย และผิวพรรณเป็นประจำ เพื่อรักษาผิวเด็กๆ ให้อยู่กับคุณไปได้อีกนานแสนนาน